สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผู้ถือครองโดเมน คือ email address ของผู้ที่เป็น Administrator จากภาพแสดงวงจรชีวิตของโดเมนนั้น ท่านจะเห็นได้ว่า
ในช่วงที่โดเมนยังใช้งานได้อยู่นั้น ( Ative ) จะมีการเตือนทาง email มายังผู้ดูแลโดเมนเป็นระยะ ๆ ก่อนที่โดเมนจะหมดอายุ ในช่วงนี้ผู้ที่เป็นเจ้าของ
สามารถที่จะโอนย้ายโดเมน ( Transfer ) ของตนเอง ไปขึ้นกับผู้ให้บริการรายอื่นได้ ( ควรย้ายก่อนหมดอายุ 10 วัน ) ซึ่งก็จะต้องใช้ email ของ administrator เป็นผู้ยืนยันว่าอนุญาตให้ย้ายได้
ดังนั้น ในการจดโดเมนควรใช้ email ที่ท่านคิดว่าใช้ประจำ และเป็น email ที่มีความปลอดภัย ในการสมัครบริการจดโดเมนเนมทุกครั้ง
เมื่อถึงวันหมดอายุแล้ว ( Expire ) ถ้าท่านยังไม่ได้ต่ออายุ ภายใน 24 ชม.เว็บของท่านจะไม่สามารถเข้าใช้งานได้อีก รวมทั้ง email ที่ส่งมาหาท่านก็จะถูกตีกลับ หน้าเว็บจะถูกเปลี่ยนไปเป็นหน้า Expire Domain ของนายทะเบียน ( Registra )
ท่านยังมีเวลาที่จะต่ออายุได้ภายใน 45 วันเท่านั้น แต่มีเงื่อนไขว่า ต้องต่ออายุกับผู้ให้บริการรายเดิมเท่านั้น ไม่สามารถโอนย้ายไปต่อกับที่อื่นได้ หลังจากต่ออายุก็ต้องรออีกประมาณ 24 ชม. จึงจะสามารถใช้งานเว็บได้เหมือนเดิม
เมื่อพ้น 45 วันแล้วท่านยังไม่ต่ออายุ โดเมนจะเข้าสู่ช่วง Redamption Period โดเมนจะถูกยึดโดยนายทะเบียนเป็นเวลา 30 วัน ช่วงนี้หากท่านประสงค์ที่จะต่ออายุ ก็สามารถทำได้ แต่ว่าจะต้องเสียค่าธรรมเนียมที่แพงมาก 5400 บาท ยังไม่รวมค่าต่ออายุ
หากชื่อโดเมนของท่านสำคัญมาก ๆ หรือมีคนจ้องจะแย่งชิงไป การต่ออายุในช่วงนี้ก็ถือว่าคุ้ม และเป็นโอกาสสุดท้ายที่ท่านจะสามารถครอบครองเอาไว้ได้
ผ่านไป 75 วัน โดเมนจะถูกลบออกจากระบบ ใช้เวลา 5 วันในช่วงนี้จะไม่สามารถต่ออายุได้อีกแล้ว แต่ก็ยังไม่มีใครสามารถจดใหม่ได้ จนกว่าจะครบ 5 วัน
ซึ่งโดเมนนั้นจะถูกปล่อยว่าง และเปิดโอกาสให้ใคร ๆ สามารถจดใหม่ได้
หากชื่อโดเมนของท่าน เป็นชื่อที่ได้รับความนิยม ท่านไม่ควรปล่อยให้หมดอายุ ควรต่ออายุตั้งแต่ยัง Active อยู่ หรือต่ออายุทีละหลาย ๆ ปีไปเลย เพราะถ้าปล่อยให้หลุดมือไป
พวกนักเก็งกำไรอาจแย่งชิงไป แล้วโก่งราคาขายต่อในเว็บที่มีการซื้อขายโดเมนกัน ทำให้ท่านต้องเสียเงินซื้อกลับคืนมาในราคาที่แสนแพงค่ะ
ที่มา : http://www.weregisterdomains.com/